“อินเดีย”จ่อได้แชมป์ส่งออกข้าว แซงหน้าเวียดนาม และเมืองไทย

นายซามาเรนดู โมฮันตี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส จากอินเตอร์เนชั่นแนล ไรซ์ รีเสิร์ช อินสติติวต์ ให้ ข้อคิดเห็นกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า การส่งออกข้าวของประเทศอินเดียจนถึง ส.ค.นี้ อาจมากขึ้นเป็น 7 ล้านตัน หากเปรียบเทียบข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐ ถือได้ว่ามากกว่า 2 เท่าของจำนวนข้าวที่ประเทศอินเดียเคยส่งออก 2.8 ล้านตัน ระหว่างปี 2553 – 2554 และคาดว่าเวียดนามจะเป็นแชมป์ส่งออกข้าวได้ 7 ล้านตัน ส่วนประเทศไทยปีนี้ส่งออกได้ 6.5 ล้านตัน นายวีเจย์ ซีเทีย ประธานสมาคมผู้ส่งออกข้าวของประเทศอินเดียกล่าวว่าการเก็บเกียวข้าวปีนี้และปี 2556 ทำได้เยอะขึ้นให้ผลตอบแทนจากการเพาะเลี้ยงสูง ตามที่กระทรวงเกษตรอินเดียรายงานปีนี้อาจเพิ่มเป็น 103.4 ล้านตัน จากปีก่อน 96 ล้านตัน กระทรวงเกษตรสหรัฐ พยากรณ์ว่าส่งออกข้าวทั่วโลกจะมี 33.9 ล้านตันข้าวสาร และ องค์การอาหารและการเกษตรที่อิตาลีพยากรณ์ตลาดข้าวปี 2555-56 ว่า ผลผลิตข้าวเปลือกทั่วโลกปีนี้จะเพิ่มขึ้น 1.7% เป็น 732.3 ล้านตัน หรือเท่ากับ 488.2 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งมากกว่าการบริโภคที่ระดับ 477 ล้านตันข้าวสาร

ก๊าซเอ็นจีวี รถร่วม ขสมก. เสียงแข็ง 16 มิ.ย.นี้ ปรับเปลี่ยนค่าตั๋วอีก 1 บาทแน่

ยังยืนยันว่า วันที่ 16 มิ.ย. นี้ จะปรับเปลี่ยนขึ้นราคาค่าเดินทางอีก 1 บาท จาก ค่า 8 บาท เป็น 9 บาท ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการคุมการขนส่งทางบกกลาง ถ้าแม้มูลค่าก๊าซเอ็นจีวีค่าจะไม่ถึง กก.ละ 9.50 บาทก็ตาม เพราะมติที่กำหนดให้การปรับขึ้นค่าค่าเดินทาง ค่า ก๊าซเอ็นจีวี ต้องปรับเปลี่ยนขึ้นถึง กก.ละ 9.50 บาท เป็นมติที่ทำร่วมกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับรถร่วมฯ เพราะบวกลบคูณหารค่าเดินทางไม่ได้กระทบกระเทียบเฉพาะค่าเอ็นจีวีเท่านั้น แต่ยังมีค่าแรงงาน และค่าอะไหล่ที่ปรับเปลี่ยนสูงขึ้นด้วย

การปรับเปลี่ยนขึ้นราคาค่าเดินทาง ต้องให้ค่า ก๊าซเอ็นจีวี ค่าถึง กิโลละ 9.50 บาท ถึงจะปรับเปลี่ยนได้ มตินี้ ทาง กระทรวงคมนาคม ตกลงร่วมกับรถแท็กซี่แค่นั้น มิได้ยินยอมกับรถร่วม ฯ ฉะนั้นสมาคมฯ จะขอเข้าพบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.การติดต่อสื่อสาร เพื่อ ปรึกษาหารือ และทำความเข้าใจให้ตรงกัน ซึ่งคราวนี้ขอพบแล้ว แต่ยังมิได้เวลาเข้าพบ ซึ่งหากได้ทำความเห็นใจ กับ นายชัชชาติ แล้ว ยังประกันจะยัง ไม่ให้ปรับเปลี่ยนขึ้นราคา ก็จะกลับไปขอความเห็นร่วมกับ 3 สมาคมฯ อีกครั้งหนึ่ง

แคนาดา..จับตัวขโมยกลืนเพชร

ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แคนาดาเปิดเผยว่า รอหลักฐานมาช้านานแทบจะ 1 อาทิตย์แล้ว ภายหลังได้ตัวริชาร์ด แม็คเคนซี แมทธิวส์ วัย 52 ปี ที่ถูกเจ้าของร้านเพชร ณเมืองวินด์เซอร์ รัฐออนแทรีโอ แจ้งความจับ เหตุเพราะฉกเพชรไป โดยเขาทำท่าเข้ามาขอมองดูเพชร ก่อนจะนำเพชรปลอมเปลี่ยน และกลืนเพชรจริงลงท้อง แมทธิวส์ ถูกตั้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์และขณะนี้กำลังถูกคุมตัวอยู่ที่สำนักงานผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ระหว่างที่เจ้าพนักงานไต่ถามรอให้เพชรน้ำหนัก 1.7 กะรัต มูลค่าประมาณ 630,000 บาท ถูกระบายออกมา โดยผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เปิดเผยว่า แมทธิวส์เข้าห้องน้ำมาหลายเวลาแล้วแม้ว่าจนแล้วจนรอด เพชรพลอยก็ยังไม่ออกมา ขณะนี้ก็ทำได้แค่ให้เขากินอาหารที่ช่วยกระตุ้นการระบาย ในระหว่างที่แมทธิวส์เองก็อยากจะให้เพชรออกมา เหตุการณ์จะได้จบๆ ส่วนผลตรวจเอกซเรย์บอกให้เห็น เพชรพลอยปลอม 2 เม็ดติดอยู่ภายในไส้ของเขา แม้ว่าไม่เห็นเพชรจริง เหตุเพราะโปร่งใส เอกซ์เรย์ไม่ติด

ประเทศจีนอีกแล้ว ทำ‘หูหมูปลอม’ มีสารก่อเนื้อร้าย

วันที่ 16 พ.ค. ไชน่าเดลี่รายงานข่าวช็อกวงการอาหาร เมื่อสาธารณสุขท้องถิ่นมณฑลเจียงซี เผยพบ “หูหมูปลอม” ทำจากเจลาตินอุตสาหกรรม เจือปนสารโซเดียมโอลิเอต ออกขายเกลื่อนตลาดเมืองกันโจว หลังชายชาวบ้านจากเขตกันเซียนไม่ทราบชื่อ ได้กลิ่นเหม็นคลุ้งจากหูหมูเมนูอาหารของว่างที่ซื้อมาจากตลาด จึงลองฉีกหูหมู และพบสารเหนียวหนืดคล้ายวุ้นบรรจุอยู่ด้านใน ชายนิรนามจึงส่งอาหารต้องสงสัยไปตรวจสอบที่สำนักอุตสาหกรรมและพาณิชย์เขตกันเซียน ซึ่งระบุว่า เป็นหูหมูปลอม

นายฝาน จี้หง ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยโภชนาการและอาหาร วิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งจีน กล่าวว่า การผสมสารเคมีลงไปในหูหมูปลอม ทำให้รสดี และยุ่งยากแก่การจับผิดว่าเป็นของปลอม แต่การทานโซเดียมโอลิเอต ส่วนใหญ่ มีผลต่อต่อร่างกายทำให้ความดันโลหิตสูงผิดปกติ และระบบการทำงานของหัวใจผิดพลาด ในระหว่างที่เจลาตินอุตสาหกรรมซึ่งโปรดปรานใช้ในธุรกิจเครื่องหนัง เป็นสารต้องห้ามสำหรับผลิตอาหาร เนื่องมาจากมีโครเมียมที่เป็นสารก่อมะเร็ง เบื้องต้นทางการยังไม่ทราบแหล่งผลิตที่แน่นอน แต่ได้ประกาศเตือนให้ชาวบ้านเลือกซื้อหูหมูที่เห็นขนและเส้นเลือดชัดเจน ก็เพราะว่าของปลอมไม่สามารถเลียนแบบได้

ตำรวจบุกเข้าไปค้น เรือนจำบางขวาง จับมือถืออื้อ-ฉี่ม่วงมากกว่า200คน

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนนบุรี พร้อมทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ทั้งสิ้น 600 นาย ได้รวมกำลังเข้าร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษราชทัณฑ์ ลุยเข้าโจมตีตรวจจับที่คุมขังบางขวางกลางดึก โดยขจายกำลังเข้าค้นเรือนนอนของคนต้องขังตามแดนหลายชนิด ซึ่งต่อจากนั้นจากใช้ระยะเวลาตรวจจับอย่างละเอียด ยาวนานประมาณ 4 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถยึดโทรศัพท์มือถือหลายยี่ห้อ พร้อมเครื่องไม้เครื่องมือโทรศัพท์ รวม 28 เครื่อง พร้อมด้วยยังพบทีวี พร้อมทั้งเครื่องเล่นดีวีดีอีกหลายรายการ เครื่องไม้เครื่องมือดัดแปลงแก้ไขเป็นอาวุธ เครื่องไม้เครื่องมือเล่นพนัน แต่ว่าไม่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนักโทษมาสุ่มตรวจสอบปัสสาวะ เพื่อที่จะหายาเสพติด จำนวน 1,000 คน ปรากฏว่าเจอะนักโทษ มีปัสสาวะสีม่วงกว่า 200 คน ทางด้านการตรวจจับครั้งนี้ ด้วยเหตุว่านักโทษในหลายที่คุมขังทั่วประเทศ ให้การซัดทอดว่ารับยาเสพติดส่วนใดส่วนหนึ่งมาจาก ทัณฑสถานบางขวาง เพราะใช้แนวทางสั่งซื้อมาทางโทรศัพท์

ยอดขายบะหมี่ซองกระโดดรับของสูง มาม่าแพร่ขยายไลน์ผลิต

ยอดจำหน่าย บะหมี่ ซอง 4 เดือนแรกโตกว่า 10เปอร์เซ็นต์ เหตุเป็นลู่ทางของผู้ใช้ในระยะเวลาผลิตภัณฑ์สูง ทุ่ม 600 ล้านบาท ทำโรงงานแป้งมี่เองหวังลดต้นทุน พร้อมแพร่กระจายไลน์การผลิตเพิ่มอีก 3 ไลน์ รับการก้าวหน้า ทั้งหมดท้องตลาด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในระยะเวลา 4 เดือนแรกของปีนี้ มกราคม -เดือนที่ 4 เติบใหญ่ถึง 10เปอร์เซ็นต์ เพราะ มาม่า นับว่าเป็นอาหารลู่ทางที่ต้องมีติดไว้ทุกบ้านพักอาศัย ทั้งในยามปกติและของมีราคา และจากภาวะค่าผลิตภัณฑ์ปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้นนั้น ทำให้ประเมินว่าท้องตลาด บะหมี่ กึ่งสำเร็จรูปในปีนี้จะโตได้กว่าปีที่ผ่านมากว่า 10เปอร์เซ็นต์ จากที่ปีที่ผ่านมาในช่วง 9 เดือนแรกท้องตลาดทรงๆ แต่มาใหญ่โตในช่วง 3 เดือนสุดท้าย แต่ก็ยังต่ำกว่า 10เปอร์เซ็นต์ และหากไม่มีภาวะอุทกภัยช่วงปลายปีที่ผ่านมาเชื่อว่าท้องตลาดจะไม่ใหญ่โตได้ใน ระดับนี้

“ปีนี้ของสูง และมาม่านับว่าเป็นลู่ทางสำหรับผู้ใช้ เป็นความต้องการของคน จึงประเมินว่าท้องตลาดจะโตได้อย่างสะดุดตาเกิน 10เปอร์เซ็นต์ รับประกันว่าของพอจัดจำหน่ายไม่ขาดและจะขายในค่าเดิมถัดไป” และขณะนี้ก็กำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน เพื่อใช้ในการผลิต มาม่า เปิดจัดการได้ในปีหน้า พร้อมทั้งได้ออกผลิตภัณฑ์รสใหม่เพิ่มปริมาณ รสแกงเขียวหวานไก่ เพื่อเป็นการเร่งเร้าท้องตลาด รวมถึงมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตบะหมี่ซองอีก 3 ไลน์ ซึ่งไลน์การผลิตจะจัดตั้งได้แล้วเสร็จในปีหน้า เพื่อเป็นการรับการเติบใหญ่ของการบริโภคบะหมี่ในแดนด้วย

“จาก ข้อมูลของที่แสดงความคิดเห็นบะหมี่โลกเจอะเจอว่า อัตราการผลิตและรับประทาน มาม่า ของไทยในเวลานี้อยู่ที่ระดับ 7 ของโลก สำหรับแดนที่มีการกินระดับ 1 คือ ประเทศจีน กำลังการผลิตอัตราร้อยละ 50 ของกำลังการผลิตทั้งโลก 2.อินโดนีเซีย 3.ญี่ปุ่น 4.เกาหลีใต้ 5. เวียดนาม 6.ฟิลิปปินส์”

รับประทานปลาเสมอลดเสี่ยงโรคมะเร็ง 2 ชนิด

หลายคนชื่นชอบรับประทานปลาเพราะย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ โดยล่าสุดยังมีผลการวิจัยออกมาเสริมให้รับประทานปลา เนื่องจากสามารถลดการเสี่ยงในการเกิดเนื้อร้ายได้ ทาง จี เหลียง ผู้ชำนาญพิเศษโรคทางเดินอาหารจากซีอานในประเทศจีน เผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลจาก 41 ประเทศทั่วโลกอาทิ สหรัฐอเมริกา ประเทศนอร์เวย์ ฟินแลนด์ ประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับการวัดปริมาณการรับประทานปลาและการติดตามโรคมะเร็ง พบว่า การกินปลาเป็นประจำ โดยภาพรวมช่วยลดความเสี่ยงเกิดเนื้อร้ายลำไส้ใหญ่ และโรคมะเร็งทวารหนัก ได้ร้อยละ 12 แต่คนที่เน้นรับประทานปลาเยอะกว่าเนื้อสัตว์อื่น พบว่า มีส่วนช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งทวารหนักได้ร้อยละ 21 ส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดได้ร้อยละ 4 แต่ทั้งนี้ ต้องคิดทบทวนปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย อย่าง วัย, พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์, ปริมาณการกินเนื้อสัตว์เนื้อแดง, และประวัติการป่วยมะเร็งของคนในครอบครัว

ริว จิตสัมผัส เป็นคนหลอกล่อโลก..?

1.ก่อนจะดำเนินรายการ เขาจะมีห้องพักรับรองสำหรับแขกรับเชิญ ก่อนหน้าออกมาสู่ห้องส่ง ซึ่งก็นั่งเจือปนอยู่ด้วยกัน พร้อมทั้งก็ได้คุยกันมาบ้างแล้วข้างในชั้นแรกก่อนเข้าสู่ห้องส่ง .. อย่างน้อย คุณริว ก้อน่าจะได้ประวัติมาบ้างแล้ว เกี่ยวกับแขกรับเชิญที่มา

2.แขกรับเชิญแต่ละท่าน ถึงถ้าแม้ว่าจะเจอปมปัญหาแตกต่างกัน แต่มีเรื่องหนึ่งที่เหมือนกัน หมายความว่า เรื่องลี้ลับที่อุบัติขึ้นกับชีวิตของตนเอง ไม่ก็เรียกง่ายๆว่า .. มีเรื่องกับภูติผีนั่นเอง คุณริว จะถามถึงบ้านเลขที่ ทะเบียนรถ แล้วก้อนั่งคำนวณกัน แล้วก้อจะฟันธงว่า … มีผีเกาะติดบ้าง มีเจ้ากรรมนายเวรมาเผ้าคอยบ้าง เจ้าที่ไม่ปลื้มบ้าง มีแค่นี้จริงๆ เกือบทุกอาทิตย์ รายไหนรายนั้น มีไม่กี่้ข้อ

3.เลขที่บ้าน พร้อมด้วย ทะเบียนรถ มันลิขิตโชคชะตาชีวิตคนเราได้ด้วยหรือ พอแขกรับเชิญเล่าเลขที่บ้าน ไม่ก็ ทะเบียนรถปั๊บ .. พวกฟันธงเลยว่า ลงเลขนี้ มีผีตามมานะ อะไรแบบนี้ ซึ่งเห็นอยู่หลายครั้งแล้ว คือ ลงหมายเลขอะไรก้อตาม มีผีหมดเลย ไม่เชื่อลองติดตามดูได้นะ

4.ทางแก้ไขหลังสุดของปมปัญหา เป็น ให้แขกรับเชิญไปทำบุญ พร้อมด้วย อุทิศส่วนกุศล ..จุดจบก้อคือไปทำบุญอยู่ดี .. ยังงี้ผมเองขจัดปัญหาให้ได้ ไม่ต้องถึงมือ คุณริว หรอก เพราะด้วย ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรอุบัติขึ้นกับชีวิต ข้างในความเชื่อของพุทธมามกะ มักจะเอาวัดเป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว ในที่สุด เป็น หลวงพ่อช่วยด้วย

แลเห็นได้ชัดว่า คำพยากรณ์ ไม่ก็ รูปแบบการขจัดปัญหา ก้อดูพื้นๆ ไม่ต่างจากหมอดูทั่วไปแต่ประการใด แต่สิ่งที่เป็นเหตุให้ฉงนสุด ก้อคือ ….. คุณริว จิตสัมผัส .. ซักถามรายละเอียดต่างๆ ทั้งเลขที่บ้าน ไม่ก็ ทะเบียนรถ ไปเพราะเหตุไร ในเมื่อเขา ………….. มีจิตสัมผัส

Google+ update ปรับเปลี่ยนใบหน้าตาใหม่ครั้งใหญ่ บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ Android

วันนี้บน Android Market แจ้งตักเตือนมาว่าได้อัพเดทเวอร์ชั่นใหม่สำหรับแอพ Google+ บนโทรศัพท์ Android ซึ่งครั้งนี้เป็นอัพเดท ครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนหน้าใหม่ พร้อมกับการแก้ไขความสามารถใหม่ของ กูเกิลพลัส ที่สมบูรณ์ เพิ่มพูนด้วย

กูเกิ้ล ได้ปล่อย กูเกิลพลัส หน้าตาใหม่ มาให้ชาว Android ได้มาอัพเดท กันในวันนี้ มีการแก้ไขใหม่หลายด้านโดยอย่างยิ่งหน้าแอพ google plus ที่จะคล้ายๆ Android 4.0 เพิ่มกว่าเดิม เพื่อรองกับโทรศัพท์ใหม่ Android 4.0 อย่าง Samsung Galaxy Nexus และโทรศัพท์อื่นๆที่จะทยอย เปิดตัวตามมา รวมถึงรองโทรศัพท์ที่จะเตรียมตัวอัพเฟิร์มแวร์เป็น Android 4.0 ในอนาคต อันใกล้นี้ เหนือจาก โฉมหน้าใหม่แล้ว ยังปรับปรุงความสามารถเกี่ยวข้องกับการเข้ากันกับงานการแบตเตอร์รี่ให้กินไฟลดน้อยลงด้วย และอัพเดท ส่วนต่างๆอาทิ ปรับปรุงบัคบนแอพ กูเกิ้ล, การช่วยเหลือการใช้งาน กูเกิ้ล, ความสามารถในการ Sign out ออกจากระบบได้ , และเพิ่ม คนลงในแวดวงของเราได้สะดวกขึ้น

คุณๆสามารถอัพเดท หรือโหลดแอพพลิเคชั่น google plus ซึ่งเป็นแอพเกี่ยวกับ เครือข่ายสังคม จาก กูเกิ้ล ได้ที่ Android Market บนโทรศัพท์ Android ทั้งนี้ต้องจับตามองทาง กูเกิ้ล ให้ดี เพราะนอกจากที่ จะปล่อย กูเกิลพลัส โฉมใหม่แล้ว ยังมีupdate Google Reader เป็นโฉมหน้าใหม่ , Google TV โฉมใหม่ และ เร็วๆนี้กับแอพ Gmail บน iPhone โฉมใหม่ด้วย คิดว่าserviceทั้งมวลจาก กูเกิ้ล ในเร็วๆนี้จะมีความสามารถกับserviceต่างๆใน Google App ที่พร้อมเพรียงกันปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งมวล

ปรารถนาหน้าตาเด็กต้องรับประทานซะ… “อะโวคาโด”

เชื่อหรือเปล่าว่าผลไม้อย่างอะโวคาโด นอกจากจะมีรสหวาน เอร็ดอร่อยแล้ว ยังสามารถช่วยให้คนทานดูอ่อนกว่าวัยได้อีกด้วย เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองแล้วว่า น้ำมันที่พบในผลไม้ชนิดนี้ สามารถช่วยลดริ้วรอยตีนกาได้ แถมยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและโรคมะเร็งได้อีกด้วย โดยนักวิจัย คริสเตียน คอร์เตส-โรโฆ่ (Christian Cortes-Rojo) ได้ยืนยันว่า อะโวคาโดโดสามารถช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีกว่าผักผลไม้ชนิดอื่น เนื่องจากแม้ว่าผักอื่น ๆ เหมือนกับ แครอทและมะเขือเทศ จะสามารถช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยของเราได้เช่นเดียวกัน แต่ร่างกายของเราก็ไม่สามารถดูดซึมสารแอนตี้ออกซิแดนท์จากผักผลไม้เหล่านั้น ได้เช่นเดียวกับที่ดูดซับน้ำมันในอะโวคาโดที่ เป็นแบบนั้นก็เนื่องจากสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในแครอทและมะเขือเทศ ไม่สามารถผ่านไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ซึ่งเป็นออร์แกเนลล์ (Organelle) หรือโครงสร้างภายในเซลล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงานได้ดีนัก ด้วยเหตุนั้น อะโวคาโดจึงเป็นผลไม้ที่ช่วยคงความอ่อนวัยให้กับคุณได้ดีที่สุด